แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

มหาวิหารเซนต์วิตัส วิหารกระจกสีตระการตา ตรึงใจ 2


นอกจากวามงดงามของโบสถ์ในมหาวิหารเซนต์วิตัสนี้คือ เป็นที่ๆบรรจุหลุมฝังศพของมหาวิหาร เวนเชสลาส ได้กลายเป็นสถานที่เพื่อการแสวงบุญ และแสดงออกถึงวิถีของชาวคริสต์ศาสนจักร

ห้องโถงที่ใช้ในการจัดพิธีฉลองเศวตฉัตรทั้งมงกุฏฉัตรในยุคสมัยโบฮีเมียนห้องใต้ดินของมหาวิหารเซนต์วิตัสใช้เป็นสุสานของพระราชวงศ์ส่วนใหญ่ทั้งกษัตริย์ และราชินีของยุคโบฮีเมียนซึ่งเป็นที่พักผ่อนที่สุดท้ายชั่วกาลนาน

หากท่านใดต้องการชมความสวยงามของทิวทัศน์ได้รอบตัวเมืองก็จะต้องปีนขึ้นไปบนหอคอยของมหาวิหารเซนต์วิตัสกันเลยทีเดียว และนักท่องเที่ยวก็จะยังได้ชมการทำงานของนาฬิกา หอระฆังซิกิสมันด์ (Sigismund Bell) เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในยุคสมัยโบฮีเมียน อีกด้วยค่ะ

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

มหาวิหารเซนต์วิตัส วิหารกระจกสีตระการตา ตรึงใจ 1


มหาวิหารเซนต์วิตัส ได้สร้างเสร็จสิ้นสมบูรณ์นั้นต้องใช้เวลาเกือบ 6 ศตวรรษ ตกแต่งด้วยรูปแบบ โกธีก บาร็อก และประดับด้วยพลอยหิน ที่มีความแวบวาวสวยงาม

ภายในมหาวิหารเซนต์วิตัส จะตกแต่งไปด้วยลวดลายของกระจกสีที่สวยงามตามโถงต่างๆ เมื่อผ่านเข้าทางประด้านทิศตะวันตกของประตูมหาวิหารยอดแหลมของหลังคามหาวิหารเซนต์วิตัส มีความสง่างามโดยการที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างสไตล์โกธีก ฝรั่งเศสที่ลอยสูงอยู่เหนือเชิงเทิน

มหาวิหารเซนต์วิตัสแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยการประกอบไปด้วยจำนวนของโบสถ์เล็กๆอยู่อย่างมากมายและภาพเขียนบนผนังและศิลาหน้าหลุมศพมากมาย

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา ตอนที่ 6


ทางเข้าหลักของหอของมหาวิหารเซนต์สตีเฟน เรียกว่า “ประตูยักษ์” (Riesentor) ที่หมายถึงกระดูกต้นขาของ Mastodon จะแขวนอยู่เหนือประตูอยู่เป็นเวลาหลายสิบปี ที่เป็นกระดูกที่ขุดพบในปี ค.ศ. 1443

ขณะที่ขุดบริเวณที่จะทำฐานสำหรับหอเหนือ หน้าบันเหนือประตูเป็นภาพพระเยซูในท่า “พระเยซูผู้ทรงอานุภาพ” ขนาบด้วยทูตสวรรค์มีปีกสององค์

ขณะที่ทางซ้ายและขวาของประตูเป็นหอโรมันสองหอหรือ “หอไฮเดน” ชื่อของหอสร้างมาจากการใช้วัสดุที่มาจากสิ่งก่อสร้างเดิมของโรมัน ระหว่างที่ยึดครองบริเวณนี้อยู่ ฐานสี่เหลี่ยม และแปดเหลี่ยมเหนือแนวหลังคา “หอไฮเดน” เดิมเป็นที่เก็บระฆัง ระฆังในหอโรมันใต้หายไประหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หอโรมันเหนือยังคงใช้การได้อยู่ หอโรมันและประตูยักษ์เป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของมหาวิหารเซนต์สตีเฟน

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น มหาวิหารเก่าแก่ อายุว่า 800 ปี


มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซาเกรบ เมืองหลวงขอฝประเทศโครเอเชีย ที่ไม่ควรพลาด ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เริ่มสร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 และต่อมาถูกโจมตีและเผาทำลาย

ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัยได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นโดยอาศัยวัสดุดั้งเดิมเป็นหลัก ออกแบบในรูปแบบศิลปนีโอ-โกธิค ที่งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม

ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ปีเตอร์, เซนต์พอล และ เป็นที่ฝังศพของบุคคลสำคัญ อีกด้วย

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

มหาวิหารเซนต์บาซิล ตอนที่ 2


มหาวิหารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) และด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมจึงทำให้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า พระเจ้าอีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มาก

พระเจ้าอีวานที่ 4 จึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของสมญานามอีวานผู้โหดร้าย (Ivan The Terrible)

บริเวณใกล้กันกับมหาวิหารเซนต์เบซิลขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานเลนินหรือสุสานเลนิน ซึ่งเก็บรักษาร่างของวลาดีมีร์ เลนิน ผู้นำคนสำคัญของคอมมิวนิสต์ และเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเคารพศพได้

มหาวิหารเซนต์บาซิล ตอนที่ 1


มหาวิหารเซนต์บาซิล (Saint Basil's Cathedral) เป็นวัดคริสต์ศาสนาของนิกายรัสเซียออร์โธด็อกซ์ที่มีฐานะเป็นมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างโดยพระเจ้าอีวานที่ 4 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลที่กรีธาทัพมาเมืองคาซาน

มหาวิหารเซนต์บาซิลมีรูปทรงที่ไม่เหมือนโบสถ์อื่น คือมีโดม 8 โดมล้อมรอบโดมที่ 9 ที่อยู่ตรงกลาง ทำให้อาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณ

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

สถาปัตยกรรมก่อนสมัยโรมาเนสก์


มหาวิหารแรกสุดก่อตั้งเมื่อค. ศ. 642 ตรงด้านเหนือของมหาวิหารปัจจุบัน มหาวิหารเดิมรู้จักกันในนามว่า “Old Minster” (สำนักสงฆ์เก่า) วัดมาเป็นสำนักสงฆ์เมื่อปีค.ศ. 971 นักบุญสวิทเธิร์น (Saint Swithun) ถูกฝังไว้ใกล้มหาวิหารเดิมก่อนที่จะถูกย้ายมาฝังที่มหาวิหารใหม่ที่สร้างแบบโรมาเนสก์ หรือที่เรียกกันว่า “สถาปัตยกรรมนอร์มัน” ที่อังกฤษ “Mortuary chests” (หีบ หรือ กล่อง)

ซึ่งเชื่อกันว่าข้างในบรรจุกระดูกของพระเจ้าแผ่นดินแซ็กซอนเช่นพระเจ้าเอ็ด วี (Edwy of England) และพระมเหสีพระราชินีเอลจิวา (Elgiva) ซึ่งเดิมฝังอยู่ที่มหาวิหารเก่าแต่ต่อมาก็ย้ายไปฝังที่มหาวิหารปัจจุบัน มหาวิหารเดิมถูกรื้อทิ้งเมื่อปีค.ศ. 1093